 |
ใช้สำหรับติดตั้งซีพียูเข้ากับเมนบอร์ด เมนบอร์ดที่ใช้กับซีพียูของอินเทลคือ Pentium 4และ Celeron จะเรียกซ็อคเก็ตว่า SOCKET 478 ส่วนเมนบอร์ดสำหรับซีพียู AMD นั้นจะมีซ็อคเก็ตแบบ SOCKET 462 หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า SOCKET A จุด
สังเกตว่าเมนบอร์ดเป็นซ็อคเก็ตแบบใดนั้นก็ดูจากชื่อที่พิมพ์ไว้บนซ็อคเก็ต
ส่วนความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งก็คือรอยมาร์ค ที่มุมของซ็อคเก็ต
ถ้าเป็นซ็อคเก็น 478 จะมีรอยมาร์คอยู่ที่มุมหนึ่งด้าน ส่วนซ็อคเก็ต 462จะมีรอยมาร์คที่มุมสองด้าน โดยรอยมาร์คจะตรงกับตำแหน่งของซีพียู เพื่อให้คุณติดตั้งซีพียูเข้ากับซ็อคเก็ตได้อย่างถูกต้อง
|
All about CPU Socket เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับซ็อกเก็ตซีพียูอินเทลและเอเอ็มดี
|
|
|
ใน
ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่ซีพียูรุ่นใหม่และรุ่นเก่ากำลังสับเปลี่ยนกัน
พอดี
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงรุ่นของซีพียูในช่วงเวลานี้มันมีการเปลี่ยนแปลงแพ็กเกจ
ของซีพียูด้วยซึ่งทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงซ็อกเก็ตของซีพียูตามไปด้วย
ซึ่งเราคิดว่าข้อมูลเหล่านี้ก็จะช่วยให้ผู้อ่านของเราสามารถที่จะนำข้อมูล
เหล่านี้ไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อหรืออัปเกรดซีพียูของตนได้อย่างถูก
ต้องมากยิ่งขึ้น
|
กว่าจะเห็นเป็นซ็อกเก็ตที่ใช้งานง่าย
|
ย้อนเวลาไปในสมัยก่อนตั้งแต่ยุคซีพียู 8088, 80286 และ 80386 ต้องบอกว่า
โดยปกติแล้วผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราไม่สามารถที่จะทำการอัปเกรดซีพียูได้อย่าง
ง่ายดายเหมือนทุกวันนี้
ด้วยสาเหตุที่ว่าเราไม่สามารถหาซื้อซีพียูได้จากตามร้านค้าคอมพิวเตอร์ทั่ว
ไป
รวมไปถึงเมนบอร์ดคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สามารถทำการอัป
เกรดซีพียูได้ แม้ว่าตัวซีพียูจะถูกติดตั้งมาบนซ็อกเก็ตแล้วก็ตาม
แต่ซ็อกเก็ตของซีพียูสมัยก่อนนั้นก็เป็นอะไรที่ใช้งานค่อนข้างยาก
หรือไม่เอื้ออำนวยต่อการถอดเปลี่ยนซีพียูด้วยมือเปล่าเหมือนกับทุกวันนี้
จนกระทั่งในช่วงราวๆ ปี 1989 หรือสักปี 1990 นี่แหละที่เราเริ่มจะได้สัมผัสกับการอัปเกรดซีพียูได้ด้วยตนเอง ซึ่งช่วงเวลานั้นก็เป็นการมาของซีพียู 80486 และซีพียู Pentium นั่น
เองซึ่งก็มีทั้งซีพียูที่ผลิตโดยอินเทลเอง และซีพียูจากบริษัทอื่นๆ
ที่อินเทลขายเทคโนโลยีให้ทำการผลิตนั่นรวมถึงคู่แข่งคนสำคัญอย่างเอเอ็มดี
ด้วย
การ
มีซ็อกเก็ตที่ใช้งานง่ายทำให้โลกของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์เปลี่ยนแปลงไป
อย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีสเปคที่หลากหลาย
ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ซีพียูได้ตามความต้องการ
|
ย้อนรอยเรื่องซ็อกเก็ต
|
ก่อนจะพูดถึงเรื่องราวของซ็อกเก็ตรุ่นใหม่เราลองมาดูกันสักหน่อยว่ากว่าจะมาเป็นซ็อกเก็ตรุ่นล่าสุดอย่างSocket AM3 ของเอเอ็มดี และ Socket LGA1366 ของ
อินเทลนั้น มันมีซ็อกเก็ตชื่ออะไรกันบ้างและใช้กับซีพียูรุ่นไหน
รวมถึงช่วงเวลาในการเปิดตัวด้วย
ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะทำให้เรารู้ถึงความเป็นมาของซีพียูแต่ละตัวได้อีกทาง
หนึ่งด้วย ซึ่งข้อมูลต่างๆ นั้นเราได้รวมรวมไว้ในตารางที่ 1 แล้ว
ครับ อย่างไรก็ตามข้อมูลในตารางนี้อาจจะไม่ได้ละเอียดมากนัก
แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงแต่ละช่วงเวลาได้ค่อนข้าง
ชัดเจนพอสมควร
|
|
|
ในตารางที่ 1 นอก
จากจะมีข้อมูลแล้วยังมีตัวอักษรย่อต่างๆ ที่น่าสนใจอีกด้วยครับ
เราจะมาขยายความหมายของตัวย่อเหล่านั้นกันว่ามาจากอะไรกันบ้าง
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
|
- FC-PGA = Flip-chip pin grid array
- FC-PGA2 = FC-PGA (เป็นชิปซีพียูที่มีการติดตั้งชุดระบายความร้อนมาบนตัวซีพียูเลย)
- OD = OverDrive (เป็นซีพียูที่ใช้สำหรับการอัปเกรด ในยุค 486 รวมถึงซีพียู Pentium ด้วย)
- PAC = Pin array cartridge
- PGA = Pin grid array
- PPGA = Plastic pin grid array
- SC242 = Slot connector, 242 pins
- SC330 = Slot connector, 330 pins
- SECC = Single edge contact cartridge
- SPGA = Staggered pin grid array
- mPGA = Micro pin grid array
- LGA = Land Grid Array
- VRM = Voltage regulator module (เป็น
วงจรควบคุมการจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับซีพียู
ซึ่งอาจจะถูกกำหนดค่ามาจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง
หรืออาจจะถูกปรับเปลี่ยนได้เองโดยกำหนดที่ตัวจัมเปอร์บนเมนบอร์ด)
- Auto VRM = Auto Voltage regulator module (หมาย
ถึงวงจรควบคุมแรงดันไฟฟ้าให้กับซีพียู
โดยจะทำการจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสมกับซีพียูแต่ละรุ่นโดยอัตโนมัติ
โดยเมนบอร์ดจะมีการสื่อสารข้อมูลตรงนี้ผ่านขาซีพียูที่มีชื่อว่า VID)
ก็
ถือว่าพอหอมปากหอมคอสำหรับที่มาที่เป็นของซ็อกเก็ตรุ่นต่างๆ
ตอนนี้เราก็จะกลับเข้าไปสู่ยุคปัจจุบันกันแล้ว
และเราจะไปเริ่มต้นกันที่ซ็อกเก็ตของซีพียูเอเอ็มดีกันก่อน
|
Socket ของเอเอ็มดี
|
สำหรับเมนบอร์ดที่รองรับซีพียูเอเอ็มดีในเวลานี้ก็จะมีซ็อกเก็ตให้ใช้กันอยู่สองแบบหลักๆ นั่นก็คือซ็อกเก็ตAM2 และซ็อกเก็ต AM3 แต่ว่าซ็อกเก็ต AM2 แบ่งย่อยไปอีก เป็น AM2 และ AM2+
|
Socket AM2: (เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2006)
|
|
|
ลักษณะของซ็อกเก็ต AM2 (ก่อนหน้านี้เอเอ็มดีเรียกว่าซ็อกเก็ต M2)
|
ซ็อกเก็ต AM2 นั้นจะมีจำนวนของพินสำหรับการรองรับของซีพียูต่างๆ ด้วยกัน 940 พิน เช่นเดียวกันกับซ็อกเก็ตของซีพียู AMD รุ่นก่อนหน้าที่เรียกกันว่า Socket 940 จึงทำให้หลายคนสับสนว่ามันเป็นซ็อกเก็ตแบบเดียวกัน แต่อันที่จริงแล้วซ็อกเก็ต AM2 กับซ็อกเก็ต 940 ก่อนหน้านั้นไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ เนื่องจากซีพียูที่ออกแบบมาทำงานบนซ็อกเก็ต 940 นั้น รองรับการทำงานของหน่วยความจำแบบ DDR รุ่นแรก แต่ว่าซ็อกเก็ต AM2 จะออกแบบมารองรับหน่วยความจำรุ่นที่ใหม่กว่าและทำงานร่วมกับหน่วยความจำ DDR2 และนี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำไมจำนวนพินบนซ็อกเก็ตเท่ากันแต่ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้สำหรับเมนบอร์ดที่ออกมาในช่วงเวลานี้จะเป็นแบบ AM2+ กันหมดแล้ว อย่างไรก็ตามท่านที่ใช้เมนบอร์ดรุ่นเก่าที่เป็นซ็อกเก็ต AM2 ท่านสามารถที่จะนำซีพียูรุ่นที่เป็นซ็อกเก็ต AM2+มาติดตั้งบนซ็อกเก็ต AM2 ได้โดยไม่มีปัญหา
|
|
|
รูปที่แสดงให้เห็นถึงความเข้ากันได้ระหว่างซีพียูซ็อกเก็ต AM2 กับซ็อกเก็ต AM2+
|
|
|
ภาพเปรียบเทียบระหว่างซ็อกเก็ต AM2+ (ซ้าย) กับซ็อกเก็ต AM3 (ขวา)
|
สำหรับซ็อกเก็ต AM2+ นั้นต้องบอกว่ามีความเข้ากับได้กับซ็อกเก็ต AM2 เป็นอย่างดี เพราะซีพียูที่เคยใช้งานอยู่บนซ็อกเก็ต AM2 สามารถนำมาใช้งานบนซ็อกเก็ต AM2+ ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากนี้แล้วเอเอ็มดียังได้ออกแบบให้ซ็อกเก็ต AM2+ นั้นเป็นบัสแบบ HyperTransport 3.0 แต่ว่าการทำงานจริงจะอยู่ในโหมดของเวอร์ชัน 2.0 เท่านั้น สำหรับผู้ที่ใช้งานเมนบอร์ดที่เป็นซ็อกเก็ต AM2+ อยู่ก็ไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนเมนบอร์ดนะครับ ถ้าต้องการใช้งานร่วมกับซีพียูรุ่นใหม่ที่เป็นซ็อกเก็ต AM3 เพราะตัวซีพียูแบบซ็อกเก็ต AM3 ออกแบบมาให้ใส่กับเมนบอร์ดที่เป็นซ็อกเก็ตได้AM2+ ครับ ถ้าใครกำลังวางแผนที่จะซื้อเมนบอร์ดที่เป็นซ็อกเก็ตแบบ AM2+ ในเวลานี้ก็มองหาคำว่า “AM3 Ready” บนเมนบอร์ดได้
|
|
|
ซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต AM2+ จะมีการออกแบบการใช้พลังงานสองชุดแยกจากกันดังในรูป เพื่อช่วยในเรื่องการจัดการพลังงาน
|
ความแตกต่างระหว่างซ็อกเก็ต AM2 กับ AM2+ สาระสำคัญจริงๆ มันอยู่ตรงที่เรื่องของการจ่ายไฟให้กับซีพียูครับ เนื่องจากซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต AM2+ จะ
มีการแยกภาคจ่ายไฟให้กับส่วนที่เป็นคอร์ของซีพียูกับพวกบัสและวงจรควบคุม
หน่วยความจำออกจากกัน
ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเอเอ็มดีต้องการให้ซีพียูรุ่นใหม่ประหยัดพลังงานได้มาก
ขึ้นนั่นเอง ซึ่งคุณสมบัตินี้ก็จะถูกส่งต่อไปยังซ็อกเก็ต AM3 ด้วยเช่นกัน
|
Socket AM3: (เปิดตัวครั้งแรกในปี 2009)
|
|
|
ซ็อกเก็ต AM3 ที่ดูแล้วก็แทบจะไม่แตกต่างไปจากซ็อกเก็ต AM2+ เลย
|
ในที่สุดเอเอ็มดีก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงตัวซ็อกเก็ตอย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้งคือ ซ็อกเก็ต AM3 จะไม่รองรับการทำงานร่วมกับซีพียูที่ใช้ซ็อกเก็ตแบบ AM2 และ AM2+ เพราะจำนวนพินของซ็อกเก็ต AM3 นั้นมีเพียง 938 พินเท่านั้น แต่ก็ยังมีเรื่องที่น่ายินดีอยู่บ้างว่าตัวซีพียูรุ่นใหม่ที่มีพินเป็น AM3 (ย้ำนะครับว่าตัวซีพียู) ยังสามารถนำไปใช้บนเมนบอร์ดซ็อกเก็ตAM2+ ได้ แต่ต้องตรวจสอบด้วยว่าเมนบอร์ดรุ่นนั้นรองรับซีพียูรุ่นใหม่ๆ หรือใหม่ และบางครั้งอาจจะต้องทำการอัปเกรดไบออสก่อน (อันที่จริงทางเอเอ็มดีออกแบบซีพียูซ็อกเก็ต AM3 ให้สามารถใส่ในซ็อกเก็ต AM2 ได้ด้วยซ้ำไป แต่ติดปัญหาตรงที่ว่าเมนบอร์ดที่เป็นซ็อกเก็ต AM2 ส่วนใหญ่ออกแบบชุดจ่ายไฟมาค่อนข้างน้อยจึงอาจจะมีปัญหาในการจ่ายไฟให้กับซีพียูซ็อกเก็ตAM3 ดังนั้นเราจึงไม่ค่อยเห็นผู้ผลิตเมนบอร์ดพูดถึงการนำซีพียูซ็อกเก็ต AM3 มาใส่ในเมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM2 มากนัก)
|
|
|
รูปนี้แสดงให้เห็นว่าซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต AM3 สามารถนำไปใช้กับเมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM2+ ได้ แต่ว่าซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต AM2+ ไม่สามารถนำมาใช้กับเมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM3 ได้
|
Socket ของอินเทล
|
ที
แรกก็ดูเหมือนว่าซ็อกเก็ตของอินเทลจะไม่สร้างความสับสนวุ่นวายเหมือนกับซ็อก
เก็ตจากทางฝั่งเอเอ็มดี เพราะปัจจุบันเราจะพบซ็อกเก็ตอยู่สองแบบคือ LGA775 ที่ใช้กับซีพียูในตระกูล Core 2, Pentium และ Celeron ส่วนซ๊พียูรุ่นล่าสุดอย่าง Core i7 ก็จะใช้ซ็อกเก็ตแบบ LGA1366 แต่ตอนนี้เราคงต้องทำความรู้จักกับซ็อกเก็ต LGA1156เพิ่มอีกหนึ่งซ็อกเก็ต เพราะว่าปลายปีนี้อินเทลได้วางแผนที่จะเปิดตัวซีพียูและแพลตฟอร์มใหม่ออกมาอีกแล้ว
|
Socket LGA775: (เปิดตัวครั้งแรกในปี 2004)
|
|
|
ซ็อกเก็ต LGA775 ช่วงที่ออกมาใหม่ๆ นี่ฮือฮามาก เพราะขาที่ตัวซีพียูหายไป แต่จะมาอยู่ที่ซ็อกเก็ตแทน
|
จะว่าไปแล้วซ็อกเก็ต LGA775 นี่
ถือว่าเป็นการปฏิวัติครั้งสำหรับของรูปแบบการใช้แพ็คเกจของซีพียูเลยก็ว่า
ได้ เพราะปกติตัวพินหรือขาจะอยู่ที่ตัวซีพียู แต่สำหรับซ็อกเก็ต LGA775 นั้น
พินจะมาอยู่ที่ซ็อกเก็ตบนเมนบอร์ดแทน
ขาที่เคยอยู่บนตัวซีพียูก็กลายเป็นจุดหรือหน้าสัมผัสที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อ
ซีพียูเข้ากับเมนบอร์ดแทน
มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้อินเทลจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบของแพ็คเกจซีพียู
รวมทั้งทำให้ต้องเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของซ็อกเก็ตด้วย
หนึ่งในนั้นก็คือจำนวนพินที่เพิ่มขึ้นมากมายทำให้ไม่สามารถวางตำแหน่งพินบ
นตัวซีพียูได้มากเหมือนเดิม และนับวันจำนวนพินก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
อีกประการที่สำคัญก็คือเรื่องของการระบายความร้อนออกจากตัวซีพียู
การนำพินหรือขาออกจากซีพียูไปทำให้การระบายความร้อนของซีพียูทำได้ดีขึ้น
ด้วย หากใครจำชื่อของซีพียูที่ใช้รหัสว่าPrescott คงจะรู้ดีว่ามันทำงานได้ร้อนขนาดไหน
|
Socket LGA1366: (เปิดตัวครั้งแรกในปี 2009)
|
|
|
ลักษณะของซ็อกเก็ต LGA1366 มีการเรียงทิศทางของพินสวนทางกันอย่างละครึ่ง เพื่อให้เกิดความสมดุลนั่นเอง
|
หากอินเทลไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของซีพียูครั้งใหญ่อย่างที่เกิดขึ้นกับ Core i7 เราก็คงยังสามารถใช้ซ็อกเก็ต LGA775 ต่อ
ไปได้
แต่ด้วยการที่อินเทลนำชิปเซตนอร์ธบริจด์ที่ประกอบไปด้วยส่วนสำคัญก็คือวงจร
ควบคุมการทำงานของหน่วยความจำไว้บนตัวซีพียูด้วย
จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อินเทลต้องทำการเปลี่ยนแปลงซ็อกเก็ตใหม่อีกครั้ง
สำหรับซ็อกเก็ต LGA1366 นั้น ได้ถูกนำไปใช้งานบนเครื่องระดับเซิร์ฟเวอร์และเวิร์คสเตชันอีกด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วสถาปัตยกรรมที่อยู่ใน Core i7 นั้น มันถูกออกแบบมาให้เป็นซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์มากกว่าจะเป็นซีพียูในระดับเดสก์ท็อปด้วยซ้ำไป
|
Socket LGA1156: (เปิดตัวครึ่งหลังของปี 2009)
|
|
|
การวางตำแหน่งของพินต่างๆ ในซ็อกเก็ต LGA1156 จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับซ็อกเก็ต LGA1366
|
สำหรับซ็อกเก็ต LGA1156 ในตอนนี้มีเมนบอร์ดของจริงออกวางจำหน่ายแล้ว และก็ต้องบอกว่าซ็อกเก็ตLGA1156 นี่แหละที่จะเข้ามาทดแทนซ็อกเก็ต LGA775 แต่ว่าคงจะไม่ใช่ภายในเดือนสองเดือน แต่คงจะใช้เวลาอย่างน้อยๆ อีกสักสองปี เพราะช่วงเวลาที่ซ็อกเก็ต LGA775 อยู่ในท้องตลาดนั้นก็ต้องถือว่านานพอสมควรคือเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2004 โน่นเลยทีเดียว ดังนั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็จะมีผู้ใช้เมนบอร์ดซ็อกเก็ต LGA775 มากอยู่พอสมควร ดังนั้นอินเทลก็ยังคงมีซีพียูสำหรับซ็อกเก็ต LGA775 ออกมาอยู่อีกพักใหญ่ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำการอัปเกรดได้อีกสักช่วงเวลาหนึ่ง
ซีพียูที่จะถูกนำมาใช้งานร่วมกับซ็อกเก็ต LGA1156 นั้นก็จะเป็นซีพียูรุ่นใหม่ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบเดียวกันกับซีพียู Core i7 ที่เป็นซ็อกเก็ต LGA1366 ส่วนซีพียูที่จะออกมารองรับซ็อกเก็ต LGA1156 นั้นก็จะมีซีพียูที่ชื่อว่าCore i5 และข้อมูลล่าสุดก็มีออกมาอีกว่าอินเทลจะมีซีพียู Core i7 รุ่นเล็กที่เป็นซ็อกเก็ต LGA1156 มาอีกเช่นกัน เห็นไหมว่าความสับสนมันมากันอีกแล้ว งานนี้ก็ต้องเตรียมรับมือให้ดีๆ
|
วางแผนการอัปเกรด
|
ถ้าดูจากข้อมูลที่เรานำเสนอมาทั้งหมดนี้เราก็จะพบว่าทั้งอินเทลและเอเอ็มดีก็จะมีซ็อกเก็ตอยู่ในตลาดหลักๆ ด้วยกันคนละ 3 ซ็อกเก็ต คือทางเอเอ็มดีก็มี AM2, AM2+ และ AM3 ส่วนอินเทลก็มี LGA775, LGA1366 และLGA1156 แต่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ซ็อกเก็ต AM2 ก็จะหายไปและเหลือกแต่ AM2+ กับ AM3 เป็นหลัก แต่สำหรับอินเทลตอนนี้ก็มีซ็อกเก็ตอยู่ในตลาดสามซ็อกเก็ตคือ LGA775, LGA1366 และ LGA1156 อย่างไรก็ตาม LGA775 ก็ยังคงอยู่อย่างน้อยอีก 18 เดือน ดังนั้นผู้ที่ใช้ซีพียูอินเทลก็จะมีทางเลือกมากมายถึงสามรูปแบบ ซึ่งก็อาจจะทำให้เกิดความสับสนได้พอสมควรในช่วงแรกๆ
มาดูทางด้านผู้ใช้ซีพียูเอเอ็มดีกันหน่อยว่ามีทางเลือกในการใช้งานอย่างไรบ้าง เพราะตอนนี้มีของในตลาดครบหมดแล้วทั้งซีพียูและเมนบอร์ด
ผู้ใช้เมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM2 : เมื่อเรารู้ข้อมูลแบบนี้แล้วเราก็พอที่จะวางแผนการอัปเกรดกันได้บ้างแล้วนะครับ โดยสำหรับผู้ใช้ทั้งซีพียูและเมนบอร์ดที่เป็นซ็อกเก็ต AM2 อยู่ ก็มีทางเลือกอยู่สองทางใหญ่ๆ เลยคือเปลี่ยนยกชุดทั้งซีพียูและเมนบอร์ด หรือทางเลือกที่สองคือเปลี่ยนไปใช้เมนบอร์ดแบบซ็อกเก็ต AM2+ ซึ่งก็จะทำให้มีทางเลือกในการนำซีพียูเดิมมาใช้ได้ แล้วรอเปลี่ยนเป็นซีพียูแบบซ็อกเก็ต AM2+ และยังพร้อมที่จะอัปเกรดไปใช้ซีพียูแบบซ็อกเก็ต AM3 ได้อีกในภายหลัง
ผู้ใช้เมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM2+ : ส่วนใครที่ใช้เมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM2+ อยู่ในขณะนี้ไม่ว่าคุณจะใช้ซีพียูแบบ AM2 หรือ AM2+ อยู่ก็ตามคุณก็มีทางเลือกในการใช้ซีพียูมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซีพียูแบบซ็อกเก็ต AM2+ เองตอนนี้ก็มีออกมาให้เลือกใช้หลายรุ่น หรือถ้าจะคิดไปคบกับซ็อกเก็ต AM3 ก็น่าสนใจไม่น้อย แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าเมนบอร์ดของคุณรองรับซีพียูแบบซ็อกเก็ต AM3 หรือ
ใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่จะรองรับอยู่แล้ว
แต่อาจจะต้องทำการอัปเกรดไบออสเท่านั้นเอง
ซึ่งการอัปเกรดไบออสส่วนใหญ่ก็จะเป็นการอัปเกรดเพื่อให้มีข้อมูลการใช้ไฟของ
ซีพียูรุ่นใหม่นั่นเอง
ผู้ใช้เมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM3 : สำหรับเสือปืนไวที่ได้เลือกซื้อเลือกใช้เมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM3 ไปแล้ว แน่นอนว่าทางเลือกเดียวของคุณก็คือ ไปซื้อซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต AM3 มาใช้ซะ เพราะเมนบอร์ดซ็อกเก็ต AM3 ไม่รองรับซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต AM2 และ AM2+
มาดูทางผู้ใช้ซีพียูกับเมนบอร์ดของอินเทลกันบ้าง
ผู้ใช้เมนบอร์ด LGA775: แม้ว่าตอนนี้จะมีซ็อกเก็ต LGA1366 และข่าวเรื่อง LGA1156 ออกมาแล้ว ผู้ที่ใช้เมนบอร์ด LGA775 อยู่ก็ไม่ต้องตกอกตกใจว่าจะเป็นคนตกรุ่น เพราะอินเทลยังมีการผลิตซีพียูที่เป็นซ็อกเก็ต LGA775ออกมาอีกอย่างน้อยๆ ก็สองปี และซีพียูที่จะผลิตออกมานั้น ก็มีทั้งรุ่นที่เป็นประสิทธิภาพสูงในระดับ Quad-Core และรุ่นเล็กที่เป็นแบบ Dual-Core แต่สิ่งที่ผู้ใช้เมนบอร์ด LGA775 ต้อง
คำนึงก่อนที่จะทำการอัปเกรดซีพียูก็คือ
ต้องตรวจสอบชิปเซตที่ตนใช้อยู่ว่าเป็นรุ่นไหน
สามารถรองรับการทำงานของซีพียูที่มีบัสความเร็วเท่าไร
ซึ่งตรงนี้คุณสามารถเข้าไปตรวจสอบได้โดยตรงจากเว็บไซต์ผู้ผลิต
หรือจะดูจากคู่มือของเมนบอร์ดก็ได้
แต่ว่าถ้าไปดูในเว็บไซต์ของผู้ผลิตเมนบอร์ดก็จะดีตรงนี้เขาจะทำการลิสต์ราย
ชื่อซีพียูรุ่นที่เมนบอร์ดตัวนั้นๆ รองรับเอาไว้ด้วย
ผู้ใช้เมนบอร์ด LGA1366: สำหรับผู้ใช้เมนบอร์ดซ็อกเก็ต LGA1366 ก็
ถือว่าคุณมีเครื่องระดับเทพอยู่ในมือ
ซีพียูที่คุณใช้อยู่นี้แม้ว่าจะเป็นรุ่นเล็กสุดแต่มันก็มีประสิทธิภาพในการ
ทำงานที่สูงมาก การอัปเกรดในช่วงเวลานี้จึงยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น
ยกเว้นว่าคุณจะมีเงินเหลือเฝือที่จะซื้อซีพียูรุ่นใหม่ๆ ที่มีชื่อรหัสว่า Gulftown ที่มีคอร์มากถึง 6 คอร์ ซึ่งมันจะเร็วกว่า Core i7 รุ่นที่เร็วที่สุดซึ่งเป็นซีพียูแบบ Quad-Core อย่างแน่นอน
ผู้ที่รอคอย LGA1156: มีผู้คนจำนวนไม่น้อยนะครับที่ทราบว่าซ็อกเก็ต LGA1156 นี้จะเข้ามาทดแทนซ็อกเก็ต LGA775 ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้เขาเหล่านั้นยังไม่ทำการอัปเกรดไปใช้ LGA1366 ที่มีราคาค่อนข้างแพงทั้งซีพียูและเมนบอร์ด เพราะสองอย่างนี้ก็ต้องใช้เงินประมาณ 2 หมื่นบาท ถึงจะเป็นเจ้าของได้ นี่ยังไม่รวมราคาของหน่วยความจำแบบ DDR3 เข้าไปด้วย เนื่องจากอินเทลตั้งใจให้ LGA1156 เป็น
แพลตฟอร์มสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ดังนั้นทั้งตัวซีพียูและตัวเมนบอร์ดรวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆ
จึงต้องถูกออกแบบมาไม่ให้มีราคาสูงจนเกินไป ราคาของเมนบอร์ดซ็อกเก็ตLGA1156 นั้นจะมีราคาตั้งแต่สามพันบาทขึ้นไป ในขณะที่ LGA1366 ต้องใช้เงินถึงเจ็ดพันกว่าบาทจึงจะเป็นเจ้าของได้ ด้วยราคาตรงนี้เราจึงเห็นได้ว่า LGA1156 นั้นจะกลายเป็นเมนบอร์ดมาตรฐานของอินเทลในช่วงหนึ่งถึงสองปีนี้อย่างแน่นอน
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น